เพิ่มเติม
หน้าแรก
บทความสุขภาพ
ติดต่อเรา
เพิ่มเติม
แชร์
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นต่อมลูกหมากโต
สัญญาณที่ผู้ชายวัย 40+ ไม่ควรมองข้ามต่อมลูกหมาก (Prostate) เป็นอวัยวะเฉพาะในเพศชาย มีลักษณะคล้ายลูกเกาลัด อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น หน้าที่หลักคือผลิตของเหลวบางส่วนที่เป็นส่วนประกอบของน้ำอสุจิ
เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมลูกหมากมักมีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า "ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia หรือ BPH)"
แม้ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้ชีวิตประจำวันเสียสมดุล โดยเฉพาะเรื่องการปัสสาวะที่อาจถูกรบกวนอย่างมาก
อาการบ่งชี้ว่า คุณอาจมีภาวะต่อมลูกหมากโต
ผู้ชายที่มีภาวะนี้มักมีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ เนื่องจากต่อมลูกหมากที่ขยายตัวไปกดทับท่อปัสสาวะ ลองสังเกตตัวเองจากอาการต่อไปนี้
อาการที่พบบ่อย
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะ กลางคืน (ลุกเข้าห้องน้ำหลายครั้งจนรบกวนการนอน)
- เริ่มปัสสาวะยาก ต้องเบ่งหรือรอนานกว่าจะเริ่มได้
- ปัสสาวะ ไหลช้า หรือเป็นหยด ๆ
- รู้สึกปัสสาวะไม่สุด เหมือนยังมีเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะ
- กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือ ปวดปัสสาวะแบบฉับพลัน
หากปล่อยไว้ อาจเกิดอาการรุนแรง
- ปัสสาวะไม่ออกเลย ต้องใส่สายสวน
- ปวดแน่นท้องน้อยหรือหลัง
- ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อย
- ปัสสาวะมีเลือดปน (พบไม่บ่อย แต่ต้องระวัง)
จะตรวจอย่างไรว่าเป็นต่อมลูกหมากโตจริง?
การตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้ไม่ยาก โดยแพทย์จะทำการประเมินดังนี้
1. ซักประวัติและประเมินอาการ (IPSS Score)
เป็นแบบประเมินคะแนนอาการปัสสาวะที่ใช้กันทั่วไป เช่น ปัสสาวะยากแค่ไหน ลุกเข้าห้องน้ำบ่อยเพียงใด คะแนนรวมจะช่วยแยกความรุนแรงของภาวะ
2. ตรวจทางทวารหนัก (DRE Digital Rectal Exam)
แพทย์จะใช้มือคลำผ่านทางทวารหนักเพื่อตรวจขนาด ความแน่น และลักษณะของต่อมลูกหมาก
3. อัลตราซาวนด์ (Ultrasound)
เพื่อดูขนาดต่อมลูกหมากและดูว่ามีปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะหรือไม่
4. ตรวจเลือด (PSA Prostate-Specific Antigen)
แม้ต่อมลูกหมากโตไม่ใช่มะเร็ง แต่ค่า PSA จะช่วยประเมินความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ด้วย
รักษาอย่างไรถ้าพบว่าต่อมลูกหมากโต?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ
1. การรักษาด้วยยา
- ยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (เช่น Finasteride)
- ยาคลายกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมาก (เช่น Tamsulosin)
- ช่วยให้อาการปัสสาวะดีขึ้นและชะลอการโต
2. การรักษาด้วยหัตถการ
หากอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อยา อาจพิจารณา
- การส่องกล้องตัดต่อมลูกหมาก (TURP)
- วิธีใหม่เช่น ใช้เลเซอร์หรือคลื่นไมโครเวฟ
3. การติดตามอาการ
ในรายที่อาการน้อย แพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าดูอาการ ร่วมกับการปรับพฤติกรรม เช่น ลดคาเฟอีน งดดื่มน้ำก่อนนอน
จะป้องกันต่อมลูกหมากโตได้อย่างไร?
แม้ว่าต่อมลูกหมากโตจะเป็นภาวะที่มักเกิดขึ้นตามวัย แต่ก็มีหลายวิธีที่ช่วยชะลอการโต และลดโอกาสเกิดอาการรุนแรงได้ โดยเริ่มจากการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ดังนี้
1. ควบคุมอาหาร
- ลดอาหารไขมันสูง อาหารแปรรูป และเนื้อแดง
- เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีไลโคปีน (Lycopene) เช่น มะเขือเทศ แตงโม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ หลีกเลี่ยงดื่มน้ำมากก่อนนอน
2. หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นกระเพาะปัสสาวะ
- เช่น แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ชาเข้ม น้ำอัดลม
- เพราะอาจทำให้ปัสสาวะบ่อยและกระตุ้นอาการมากขึ้น
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบ และควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีผลทางอ้อมในการชะลอการโตของต่อมลูกหมาก
4. งดสูบบุหรี่
บุหรี่มีผลต่อหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือดของระบบปัสสาวะ ซึ่งอาจเร่งให้อาการแย่ลง
การดูแลตัวเองเมื่อเป็นต่อมลูกหมากโต
หากคุณได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นต่อมลูกหมากโต ยังสามารถใช้วิธีเหล่านี้ช่วยควบคุมอาการและคุณภาพชีวิตได้
ปรับพฤติกรรม
- เข้าห้องน้ำให้ตรงเวลา อย่ากลั้นปัสสาวะ
- ฝึกถ่ายปัสสาวะให้สุดในแต่ละครั้ง โดยใช้เวลาให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มก่อนเข้านอน เพื่อลดการลุกเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน
สื่อสารกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
- อย่าหยุดยาเองหากได้รับยาจากแพทย์
- แจ้งแพทย์หากมีอาการข้างเคียง เช่น เวียนศีรษะ ความดันต่ำ หรือหย่อนสมรรถภาพ
ต่อมลูกหมากโตส่งผลกระทบอะไร หากไม่รักษา?
หากไม่ดูแลหรือไม่เข้ารับการรักษา ต่อมลูกหมากโตอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ดังนี้
- ปัสสาวะไม่ออกอย่างเฉียบพลัน
- เป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจต้องใส่สายสวนปัสสาวะทันที
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง
- ปัสสาวะค้างเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อบ่อยครั้ง
- นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
- จากปัสสาวะค้างและตกตะกอนสะสม
- ไตเสื่อม
- หากปัสสาวะไหลย้อนกลับ อาจทำให้เกิดการอักเสบของไตและลดประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว
"ต่อมลูกหมากโตไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น หากเริ่มมีปัญหาเรื่องปัสสาวะ ควรรีบตรวจเช็กตั้งแต่เนิ่น ๆ
ยิ่งรู้ไว ยิ่งป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น"
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ต่อมลูกหมากโตเร็วกว่าปกติ
แม้การเปลี่ยนแปลงของต่อมลูกหมากจะสัมพันธ์กับอายุเป็นหลัก แต่ก็ยังมี ปัจจัยเสี่ยง ที่อาจทำให้ต่อมลูกหมากโตเร็วหรือมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น:
- พันธุกรรม
หากสมาชิกในครอบครัว เช่น พ่อ หรือพี่ชาย มีประวัติต่อมลูกหมากโต โอกาสที่คุณจะเป็นก็จะเพิ่มขึ้น
- โรคเรื้อรังบางชนิด
โดยเฉพาะผู้ที่มี เบาหวาน หรือ โรคอ้วนลงพุง จะมีแนวโน้มที่ต่อมลูกหมากจะขยายตัวเร็วกว่าคนปกติ
- ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่สัมพันธ์กับอายุ รวมถึงภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล อาจกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากโตขึ้น
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับต่อมลูกหมากโต
หลายคนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโรคนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการดูแลที่ผิดทาง เช่น
X เข้าใจว่าต่อมลูกหมากโต = มะเร็ง
ความจริง : ต่อมลูกหมากโตเป็นภาวะที่ ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ทำให้กลายเป็นมะเร็งโดยตรง แต่แพทย์มักตรวจ PSA ร่วมเพื่อแยกแยะ
X คิดว่าอาการต้องรุนแรงเสมอ
ความจริง : ผู้ป่วยบางคนมีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก แต่ไม่มีอาการ ในขณะที่บางคนขนาดเล็ก แต่อาการรบกวนมาก
X ใช้ยาสมุนไพรหรือยาชุดเอง
ความจริง: แม้สมุนไพรบางชนิดเช่น "ซอว์พาลเมตโต" (Saw Palmetto) อาจมีผลดี แต่การใช้โดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจทำให้ละเลยการวินิจฉัยปัญหาอื่นที่แอบแฝง เช่น มะเร็ง หรือการติดเชื้อ
อย่ารอให้อาการหนักจนต้องใส่สายสวนปัสสาวะผู้ชายส่วนใหญ่มักเขินอายหรือมองว่า แค่ปัสสาวะช้า ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่หากปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รักษายาก เช่น การติดเชื้อไต ไตเสื่อม หรือแม้แต่สูญเสียการควบคุมการปัสสาวะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
Brassica Campestris ไม่ใช่แค่ดอกไม้ แต่คือเพื่อนคู่ใจของผู้ชายวัย 50+
ทำความรู้จักกับต่อมลูกหมาก อวัยวะที่คนชอบเข้าใจผิด
ป้องกันอาการต่อมลูกหมากโตก่อนวัย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
นโยบายความเป็นส่วนตัว
และ
นโยบายคุกกี้
ตั้งค่าคุกกี้
ยอมรับทั้งหมด
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By
MakeWebEasy
หน้าแรก
หน้าแรก
บทความสุขภาพ
บทความสุขภาพ
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
Home
Home
Home
Home
หน้าแรก
บทความสุขภาพ
ติดต่อเรา